มูลนิธิเพื่อเกื้อกูลการศึกษาในประเทศไทย

The SET Foundation หรือ มูลนิธิเพื่อเกื้อกูลการศึกษาในประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามมูลนิธิ SET มูลนิธิได้เริ่มดำเนินงานในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมูลนิธิเพื่อการกุศลในปี พ.ศ. 2548 โดยมีคณะกรรมการดำเนินงานทั้งหมด 8 คน ประกอบด้วยคณะกรรมการคนไทยจำนวน 5 คน และชาวต่างชาติอีก จำนวน 3 คน ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุภาพร พรพิบูลย์ ดร.ทีปพิพัฒน์ สันตะวัน อาจารย์ดาลัด อนุตตรังกูร อาจารย์เพลินพิศ กระต่ายจันทร์ ดร.ไพศาล เครือแสง และมีเจ้าหน้าที่สัญญาจ้างดังนี้ นายสรสิงห์ เกาหวาย และนายนเรศ หมื่นรอด ทั้งสองคนเคยเป็นนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิ SET เช่นกัน

ประวัติความเป็นมาของมูลนิธิ

มูลนิธิ SET เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2537 โดยพระปีเตอร์ ปัญญาปทีโป ซึ่งเป็นพระภิกษุชาวอังกฤษ พระปีเตอร์ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดป่าในจังหวัดนครสวรรค์ และได้สอนภาษาอังกฤษให้กับโรงเรียนมัธยมในพื้นที่ โดยหนึ่งในบรรดานักเรียนของท่านที่ชื่อเสกสรร สุขะเสนา เป็นเด็กเรียนเก่ง มีผลการเรียนดีในเกือบทุกวิชาแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา แม้กระทั่งค่ารถโดยสารมาโรงเรียนก็ไม่มี ทำให้เด็กชายเสกสรร ต้องอาศัยอยู่ในอาคารไม้เก่าๆ ของโรงเรียนแทน

เมื่อจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 เด็กชายเสกสรร ได้สอบผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาวิชาฟิสิกส์ ในระดับมหาวิทยาลัย แต่ด้วยความขาดแคลนทุนทรัพย์จึงทำให้ไม่สามารถศึกษาต่อได้ ด้วยความคิดที่ว่าจะไม่สามารถเรียนต่อเพื่อสานฝันของตนเองให้เป็นจริงได้ เสกสรรจึงตัดสินใจเข้าทำงานเป็นเด็กปั้มเติมน้ำมันแทนการเรียนต่อ สำหรับพระปีเตอร์แล้วเห็นว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างมาก จึงหาทางช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ

ต่อมาเพื่อนของพระปีเตอร์ในประเทศอังกฤษได้ช่วยเหลือเสกสรรให้สามารถเรียนตลอดหลักสูตรสี่ปีในระดับมหาวิทยาลัยได้ โดยเงินที่ได้รับจากเพื่อนพระปีเตอร์มีมากกว่าที่เสกสรรต้องการ จึงกลายมาเป็นกองทุนเล็กๆ ชื่อ Student’ Education Trust  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กยากจนคนอื่นๆ ในแบบเดียวกัน และด้วยการช่วยเหลือจากกองทุน SET เสกสรรไม่เพียงแค่ศึกษาแค่ระดับปริญญาตรีเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทอีกด้วย ต่อมาเสกสรรได้ศึกษาต่อจนจบการศึกษาระดับปริญญาเอก ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยการศึกษาระดับฐานราก ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับเด็กบางคนที่มองเห็นตัวเองไม่ได้เป็นแค่พนักงานเติมน้ำมันในปั้ม

หลังจากนั้นพระปีเตอร์ได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดในตัวเมืองนครสวรรค์ ซึ่งวัดดังกล่าวเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในศูนย์กลางการศึกษาของจังหวัด รวมถึงสถานศึกษาต่างๆ อีกด้วย หลายปีผ่านไป พระปีเตอร์ได้กลายมาเป็นอาจารย์สอนประจำสถาบันต่างๆ ในจังหวัดและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อำนวยการ ครู อาจารย์ และเจ้าหน้าที่แนะแนวต่างๆ

มูลนิธิ SET ได้เพิ่มจำนวนทุนการศึกษามากขึ้นในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นปีที่หนังสือ Phra Farang – an English monk in Thailand ได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ โดยพระปีเตอร์ และในหนังสือได้มีการขอรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนไทยที่ยากจนด้วย และมูลนิธิ SET จึงเริ่มได้รับการบริจาคจากผู้คนทั่วโลกนับแต่นั้นเป็นต้นมา หนังสือเล่มที่สองของพระปีเตอร์ Little Angels ซึ่งได้เขียนเกี่ยวกับชีวิตสามเณรในประเทศไทย และได้รับการตอบรับที่ดีมากเช่นกัน ต่อมาพระปีเตอร์ได้ลาสิขาบทในปี พ.ศ. 2547 เพื่ออุทิศตนช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เต็มเวลา มูลนิธิ SET ได้เติบโตเรื่อยมาซึ่งในปัจจุบัน ได้ดำเนินงานส่งเสริมการศึกษาใน 4 โครงการหลัก คือ

โครงการทุนการศึกษาต่อเนื่อง (Scholarship)

มีนักเรียนนักศึกษากว่า 7,000 ที่ได้รับทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องตลอดหลักสูตร เด็กๆ หลายคนหากไม่ได้รับการช่วยเหลือก็ไม่สามารถเรียนต่อได้แม้กระทั่งระดับมัธยมศึกษา ซึ่งในปัจจุบันมูลนิธิ SET ได้มอบทุนการศึกษาประมาณ 1,400 คนต่อปี แก่เด็กยากจนให้สามารถศึกษาในระดับ มัธยมศึกษา, วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย

มูลนิธิ SET มอบทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องจนจบหลักสูตรในระดับนั้นๆ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา, ระดับประกาศณียบัตร และระดับมหาวิทยาลัย โดยมอบทุนต่อเนื่องในระดับต่างๆ ตามที่นักเรียน นักศึกษาจะสามารถศึกษาจนจบหลักสูตรได้ ซึ่งนักเรียน นักศึกษาหลายคนได้รับทุนให้ศึกษาต่อแบบเนื่องจนจบการศึกษาเป็นระยะเวลากว่า 12 ปี

การให้ทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องตลอดหลักสูตรทำให้นักเรียน นักศึกษาสามารถศึกษาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเทอมและค่าใช่จ่ายต่อเนื่องอื่นๆ ตลอดระยะเวลาในการศึกษา ซึ่งเป็นการรับประกันว่าจะได้รับทุนแบบต่อเนื่องจนจบสูตร ซึ่งการได้รับทุนจะใช้ผลการเรียน การเข้าชั้นเรียน กิจกรรมต่างๆ รวมถึงพฤติกรรมในการเรียนมาพิจารณาด้วยเช่นกัน

มูลค่าทุนของมูลนิธิ SET มีดังนี้

3,000 บาท ต่อภาคเรียน สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (36,000 บาท สำหรับการศึกษาตลอดหลักสูตร 6 ปี ในระดับมัธยมศึกษา)

5,000 บาท ต่อภาคเรียน สำหรับนักศึกษาประกาศณียบัตรวิชาชีพ ใช้เวลาศึกษา 3 ปี ในระดับวิทยาลัย (รวม 30,000 บาท)

10,000 บาท ต่อภาคเรียน สำหรับนักศึกษาประกาศณียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ใช้เวลาศึกษา 2 ปี ในระดับวิทยาลัย (รวม 40,000 บาท)

10,000 บาท ต่อภาคเรียน สำหรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยหลักสูตร 4 ปี รวม 80,000 บาท สำหรับนักศึกษาสายครูที่ต้องสายที่ต้องใช้เวลาศึกษาตามหลักสูตร 5 ปี จะได้รับทุนรวม 100,000 บาท สำหรับนักศึกษาที่ศึกษาหลักสูตรทางด้านแพทย์ศาสตร์ ที่ต้องใช้เวลาศึกษาตามหลักสูตร 6 ปี จะได้รับทุนรวม 120,000 บาท

นักศึกษาของมูลนิธิ SET ศึกษาในหลักสูตรที่หลากหลายรวมถึงภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ อิเล็กทรอนิกส์ เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การจัดการ นิติศาสตร์ พัฒนาสังคม รัฐศาสตร์ รัฐประสาสนศาสตร์ การตลาด เกษตรศาสตร์ การประมง ปศุสัตว์ เทคโนโลยีการผลิตพืช การค้า วิทยาศาสตร์การอาหาร การบริหารการศึกษา การศึกษาปฐมวัย ฟิสิกส์ศึกษา  วิศกรรมไฟฟ้า เลขานุการ ดนตรี วิจิตรศิลป์ วิทยาการเซรามิค การผลิตสิ่งทอ การออกแบบในงานอุตสาหกรรม ช่างยนต์ ช่างเชื่อมโลหะ ช่างก่อสร้าง ช่างสำรวจ พลศึกษา ทันตแพทย์ เภสัชศาสตร์ รังสีวิทยา จิตวิทยา วิทยาศาตรการแพทย์ และการพยาบาล

ทุนสงเคราะห์ (Student Welfare)

ศูนย์ประสานงานของมูลนิธิที่ประจำอยู่ในสถานศึกษาต่างๆ จะมีทุนสงเคราะห์อยู่ด้วย ทุนสงเคราะห์นี้เป็นทุนการศึกษาแบบมอบให้ครั้งเดียว จะมอบให้แก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แบบเร่งด่วนแต่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอที่จะได้รับทุนต่อเนื่อง

มูลค่าทุนสงเคราะห์ในระดับมัธยมคือ 2,000 บาท ระดับวิทยาลัย คือ 3,000 บาท ระดับมหาวิทยาลัย คือ 5,000 บาท ทุนสงเคราะห์มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนนักศึกษานำไปใช้เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา เช่น เครื่องแต่งกาย ค่ารถโดยสารประจำทาง ค่าอาหารกลางวัน หนังสือตำราเรียน ค่าหอพัก แว่นสายตา และอื่นๆ ซึ่งนักเรียน นักศึกษาที่จะขอรับทุนสงเคราะห์สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ฝ่ายแนะแนวการศึกษาประจำสถานศึกษาภายในภาคเรียนนั้นๆ ซึ่งหากฝ่ายแนะแนวจะพิจารณาว่านักเรียน นักศึกษาคนใดมีคุณสมบัติสมควรได้รับทุนสงเคราะห์ และเมื่อพิจารณาแล้วจะนำส่งรายชื่อส่งให้กับมูลนิธิต่อไป

นอกเหนือจากทุนสงเคราะห์ที่มอบให้กับสถานศึกษาที่เป็นศูนย์ประสานงานของมูลนิธิแล้ว มูลนิธิ SET ยังให้ทุนช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจนในชนบทอีกทุนละ 2,000 บาท รวมถึงเด็กยากจนในตัวเมืองนครสวรรค์ และจังหวัดศรีสะเกษก็ได้รับทุนนี้เช่นกัน ซึ่งจำนวนและมูลค่าของทุนนี้จะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ได้รับบริจาคในแต่ละปี

มูลนิธิแสงสวรรค์สงเคราะห์

มูลนิธิแสงสวรรค์สงเคราะห์เป็นมูลนิธิเพื่อเด็กกำพร้าในจังหวัดนครสวรรค์ซึ่งมีเด็กอยู่ในมูลนิธิประมาณ 60 – 80 คน เด็กในมูลนิธิมีอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 17 ปี ซึ่งบางคนอาศัยอยู่ที่มูลนิธิตลอดตั้งแต่เล็กจนโตเพราะพ่อแม่นำมาวางไว้ที่ทางเข้ามูลนิธิตั้งแต่อายุได้ไม่กี่วัน

มูลนิธิ SET ได้ดำเนินการช่วยเหลือมูลนิธิแสงสวรรค์สงเคราะห์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 โดยได้ช่วยเหลือด้านสิ่งของสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น เครื่องซักผ้า อุปกรณ์ประกอบอาหารในโรงอาหาร ตู้เย็น เครื่องกรองน้ำ เครื่องทำน้ำเย็น และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอื่นๆ นอกเหนือจากการจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นแล้ว มูลนิธิ SET ยังช่วยซ่อมแซมอาคารต่างๆ ให้กับมูลนิธิแสงสวรรค์สงเคราะห์อีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงห้องประกอบอาหารให้เด็กๆ ปรับปรุงโรงอาหาร ปรับปรุงระบบความปลอดภัยของไฟฟ้าในอาคารทั้งหมด ซึ่งเป้าหมายหลักของมูลนิธิ SET คือช่วยนำความสุขสู่ชีวิตของเด็กๆ ในแสงสวรรค์เท่านั้น

เด็กๆ ในมูลนิธิแสงสวรรค์ได้รับการดูแลอย่างดี ซึ่งมูลนิธิแสงสวรรค์เองยังขาดแคลนงบประมาณในส่วนที่จะทำอย่างอื่นนอกเหนือจากการดูแลความเป็นอยู่พื้นฐานให้แก่เด็กๆ ซึ่งเด็กๆ จะมีความหวังว่ามูลนิธิ SET จะพาพวกเขาออกไปทำกิจกรรมภายนอกบ้าง โดยบ่อยครั้งที่มูลนิธิ SET  ได้พาพวกเขาไปเล่นสวนน้ำในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ที่พวกเขาสามารถเล่นสาดน้ำและเล่นเครื่องเล่นต่างๆ ในสวนน้ำได้อย่างสนุกสนาน ซึ่งการนำเด็กๆ ไปสวนน้ำแต่ละครั้งจะมีเด็กๆ ประมาณ 45 – 50 คน และมีค่าใช้จ่ายต่อครั้งประมาณ 12,000 บาท รวมค่าอาหารกลางวัน ซึ่งนอกจากการมอบความสนุกให้เด็กๆ แล้วยังสามารถประหยัดงบประมาณได้อีกด้วย ซึ่งถ้าหากมูลนิธิ SET มีงบประมาณส่วนนี้มากพอ เราจะสามารถจัดกิจกรรมลักษณะนี้ให้กับเด็กๆ มากขึ้น

มูลนิธิ SET ยังรับประกันทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องในระดับวิทยาลัย สำหรับเด็กๆ ในมูลนิธิแสงสวรรค์สงเคราะห์ทุกคนที่สามารถสอบเข้าเรียนในระดับวิทยาลัย นอกจากนี้มูลนิธิ SET ยังสนับสนุนเด็กๆ ที่กำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาและขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษาต่อ ซึ่งช่วงอายุของเด็กๆ ในมูลนิธิแสงส่วนใหญ่จะมีอายุต่ำกว่าสิบขวบ แต่ก็มีเด็กๆ ที่มีอายุมากกว่าอาศัยอยู่รวมกัน ซึ่งในปีต่อๆ ไปจะมีเด็กๆ ที่ออกไปศึกษาต่อระดับวิทยาลัยโดยได้รับทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องจากมูลนิธิ SET ให้การสนับสนุนตลอดหลักสูตรการเรียน เช่น หลักสูตรเสื้อผ้าและสิ่งทอ ช่างเชื่อมโลหะ ช่างกลโรงงาน สาขาการบัญชี การตลาด และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งบางส่วนได้ศึกษาต่อเนื่องไปจนถึงระดับปริญญาตรี

ผู้อำนวยการมูลนิธิแสงสวรรค์สงเคราะห์ได้กล่าวว่า “ผู้คนส่วนมากบริจาคเสื้อผ้าเหลือใช้ และของเล่นเด็กให้กับเด็กกำพร้า ซึ่งเราก็ยินดี แต่มันมากเกินความจำเป็นที่เด็กๆ จะใช้ได้ ซึ่งเรารู้สึกโชคดีมากที่มูลนิธิ SET ได้เข้ามาช่วยเหลือ เพราะว่าผู้บริหารของมูลนิธิ SET ได้เล็งเห็นและเข้าใจความต้องการของเด็กๆ ในระยะยาว ได้เข้ามาช่วยเรายกระดับการดูแลคุณภาพชีวิตเด็กๆ ให้ดียิ่งขึ้น มูลนิธิ SET เข้าใจความต้องของเด็กๆ อย่างแท้จริงจึงช่วยสนับสนุนพวกเขาได้มีโอกาสสร้างอนาคตของตนเองที่ดีขึ้น”

โรงเรียนคีรีวงศ์วิทยา

โรงเรียนวัดคีรีวงศ์ก่อตั้งขึ้นเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาที่ดีขึ้นแก่เด็กชายที่มีพื้นฐานทางครอบครัวที่ยากจนและด้อยโอกาสทางการศึกษา โรงเรียนได้ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2536 แต่ในปี พ.ศ. 2548 ได้ประสบปัญหาหลายประการ เช่น ขาดวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยในการให้ความรู้แก่เด็กๆ มีห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือเก่าที่ฉีกขาด หลังคารั่ว ระบบไฟฟ้าในอาคารเรียนทั้งหมดพังเสียหาย ไม่ระบบน้ำสะอาดเพื่อใช้สอยต่างๆ ภายในตัวอาคารเรียน และห้องเรียนทั้งหมดต้องได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน มูลนิธิ SET ได้เริ่มให้การสนับสนุนโรงเรียนในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งในไม่กี่ปีต่อมาโรงเรียนได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างสมบูรณ์

พระครูปลัดกมล ครูใหญ่โรงเรียนคีรีวงศ์วิทยาได้กล่าวว่า “ก่อนที่มูลนิธิ SET ได้เข้ามาช่วยเหลือโรงเรียน เราแทบจะไม่สามารถจัดหาอุปกรณ์พื้นฐานในการจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนได้เลย เช่น เครื่องเขียน และตำราเรียน ห้องสมุดเองก็เต็มไปด้วยหนังสือเก่าที่ได้รับบริจาคจากโรงเรียนอื่น และไม่สามารถใช้ประกอบการเรียนการสอนได้ เราอยากได้ห้องสมุดที่มีหนังสือใหม่ที่ดีกว่า เพื่อที่จะมีหนังสือที่ทำให้นักเรียนของเราสนใจค้นคว้าได้มากขึ้น เราต้องขออนุโมทนาขอบคุณมูลนิธิ SET ที่ทำให้ฝันของเราเป็นจริงขึ้นมาได้ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการเตรียมนักเรียนของเราให้สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระดับวิทยาลัย และระดับมหาวิทยาลัยได้ มูลนิธิ SET ยังช่วยสร้างห้องเรียนคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ โดยมีคอมพิวเตอร์จำนวน 20 เครื่อง และยังมีห้องเรียนวิทยาศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ SET อีกด้วย”

“ส่วนใหญ่นักเรียนของเราจะลาสิกขาไปศึกษาต่อที่สถาบันอื่นหลังจากเรียนจบชั้น มัธยม 3 และมัธยม 6 ซึ่งทำให้เราต้องเตรียมความพร้อมให้พวกเขาเป็นอย่างดีเพื่อจะได้ออกไปสู่โลกภายนอกได้ ถึงแม้เด็กๆ เหล่านี้จะมาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กๆ เหล่านี้จะไม่มีความสามารถในการเรียนต่อได้ มูลนิธิ SET ได้มอบทุนการศึกษาแบบต่อเนื่องให้จนเรียนจบตลอดหลักสูตรแก่สามเณรที่เรียนจบจากโรงเรียนคีรีวงศ์วิทยาและจะลาสิกขาออกไปศึกษาต่อสถาบันอื่น นักเรียนหลายคนของเราได้ออกไปเรียนต่อในระดับวิทยาลัยเพื่อฝึกฝนทักษะด้านการค้าและการพาณิชย์ต่างๆ บางส่วนได้ศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยโดยที่ได้รับทุนจากมูลนิธิ SET จนจบหลักสูตร เด็กๆ เหล่านี้ต้องการแค่การเริ่มต้นที่ดีและโอกาสที่เหมาะสมเท่านั้น และนั่นเป็นสิ่งที่มูลนิธิ SET ได้มอบให้แก่พวกเขา”

ท่านสามารถช่วยเราได้อย่างไรบ้าง

แค่การช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยจากท่าน สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้แก่เด็กๆ เหล่านี้ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอม หรือเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาอื่นๆ มูลนิธิ SET ในประเทศไทยสามารถรับบริจาคโดยผ่านบัตรเครดิต โดยการโอนเงินเข้าบัญชีของมูลนิธิ โดยเช็คเงินสด หรือตั๋วแลกเงินธนาคาร เป็นต้น

หากท่านต้องการบริจาคผ่านบัตรเครดิต ท่านสามารถ login เข้าใช้งานโดยผ่านบัญชีของ PayPal คลิ๊กที่ SEND แล้วกรอกอีเมล์ของผู้รับบริจาคคือ set_thai@hotmail.com

ท่านสามารถบริจาคผ่านบัญชีธนาคารชื่อบัญชี The SET Foundation เลขที่บัญชี 104-265347-7 ธนาคารกสิกรไทย สาขา ถนนโกสีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ รหัสไปรษณีย์  60000 และกรุณาแจ้งให้เราทราบหากท่านบริจาคโดยการโอนผ่านธนาคารเพื่อความสะดวกในการยืนยันยอดการบริจาคของท่านจากมูลนิธิ

การบริจาคโดยเช็คเงินสดสามารถสั่งจ่ายในนาม The SET Foundation และสามารถส่งมาได้ที่ ตู้ ปณ.19 ไปรษณีย์เมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 60000

หากท่านบริจาคนอกประเทศไทย กรุณาไปที่หน้า Donate ด้านบน

การบริจาคในประเทศไทยสามารถนำไปยกเว้นภาษีได้กรุณาแจ้งให้เราทราบหากท่านต้องการใบกำกับภาษี